
การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงนั้นคือ การกลับคืนสู่ชีวิตนี้ เหลือแค่ตัวชีวิตนี้ล้วนๆ ไม่มีใครต้องหาอะไรที่จะกระทำต่อมัน
การกลับคืนสู่ชีวิตนี้ล้วนๆ อาศัยสิ่งสำคัญที่สุดเลยคือ ความไร้เดียงสา ไม่ใช่ความเป็นผู้รู้ ไม่ใช่ความที่เรามีข้อมูลเต็มหัวไปหมด
จึงมีคำพูดว่าเราต้องกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง หมายความว่า เราไม่ถูกกำหนดหรือชี้นำด้วยข้อมูลความรู้ใดๆในการปฏิบัติต่อตัวชีวิตนี้
ข้อมูลภายนอกที่รับเข้ามากลายเป็นข้อมูลภายใน ที่เราเองนั่นแหละด้วยความเชื่อและงมงาย และเราก็ใช้สิ่งๆนั้นกำหนดชีวิตของเราเอง กำหนดการกระทำอย่างต่อตัวชีวิตนี้ นั่นคือความไม่ไร้เดียงสา
และเมื่อไม่มีความไร้เดียงสา การปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นไม่ได้
ชีวิตเราแข็งกร้าว ชีวิตเราหนัก เต็มไปด้วยทิฐิ เต็มไปด้วยถูกกับผิด เต็มไปด้วยว่ากูรู้แล้ว
มนุษย์เราใช้ชีวิต ใช้ความเชื่อ ใช้ความรู้ ใช้ข้อมูลที่มีหลักฐานอันน่าเชื่อถือชี้นำชีวิต และเราใช้วิธีนี้กับทุกเรื่องของชีวิตนี้ แม้กระทั่งการปฏิบัติธรรม เราไม่ยอมที่จะฟังเสียงของชีวิตนี้ เราไม่ยอมให้ชีวิตนี้เป็นไปด้วยตัวของมันเอง
สิ่งที่เป็นจริงนั้นไม่ต้องชี้นำ ไม่ต้องมีเราคนนึงที่จะชี้นำมัน มันต่างหากจะเป็นคนบอกเราว่าเราต้องทำอะไร
มันบอกเราใช่ไหมเวลาหิวหรือเราบอกมัน มันบอกเราใช่ไหมเวลามันปวดท้องหรือเราบอกมัน มันบอกเราใช่ไหมว่าเราต้องไปนอนแล้วหรือเราบอกมัน มีแต่เราที่บอกมันว่าต้องไปนอน เพราะเรามีข้อมูลว่าต้องนอนครบ 8 ชั่วโมง เราชี้นำมัน แทนที่จะให้มันบอกเรา เพราะฉะนั้น เราไม่เคยกลับถึงตัวชีวิตนี้จริงๆ
Camouflage
03-10-2564
ฟังธรรม :
https://youtu.be/_TzcrHimUZQ
ดาวน์โหลด mp3 :
https://mcdn.podbean.com/mf/download/xsd4xk/277.mp3