ไอเดียคำสอน…สร้างความละเลยให้กับชีวิต



เมื่อเกิดความรู้สึกหนึ่ง เช่น เบื่อ หรือเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีบางอย่างเกิดขึ้น เราถูกสอนมาว่า

…ช่างมันเถอะ
…หรืออย่าไปคิดถึงมันเลย
…หรือถ้าเข้าไปในอารมณ์นั้น นั่นแปลว่าจม…จมกับอารมณ์ จมกับความรู้สึก จมกับทุกข์

โดยเฉพาะความรู้สึกเล็กๆ ที่ปล่อยง่ายๆ ทิ้งง่ายๆ หรือเป็นความรู้สึกซ้ำซากที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แล้วเราบอกว่าเราเคยแจ่มแจ้งแล้ว เรารู้แล้ว … อย่าเข้าไปเลย มันทุกข์เปล่าๆ วิธีคิดทั้งหมดนี้ คือ อวิชชา

ผมบอกว่า เราต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ นั่นหมายความว่า ไม่มีการละเลยทุกความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น

มันไม่เกี่ยวว่าความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นนี้ มันคืออะไร แล้วถ้าเข้าไป มันดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด

มันมีแค่อย่างเดียวคือ ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นแล้ว และเรามีหน้าที่ที่จะรู้จักว่ามันคืออะไร มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง มันมาจากไหน นี่คือหน้าที่ของเรา

แต่เราละเลย เพราะเราถูกคำสอนต่างๆ ทำให้เรารู้สึกว่า

…ถ้าเราช่างมันได้ นี่คือยิ่งถูก
…ถ้าเราปล่อยวางได้ นี่คือยิ่งถูก

มันดีไหม? ดีมากเลย เพราะมันทำให้คนคนนึงเนี่ย เบาสบาย ปล่อยวาง ชีวิตไม่ค่อยทุกข์เท่าไหร่

แต่รากเหง้าที่สุดของการเกิดความรู้สึกนั้นๆ คนคนนี้จะไม่มีวันรู้จักเลยว่ามันคืออะไร

และถ้าเราไม่รู้จักรากเหง้าทั้งหมดที่ก่อให้เกิดความรู้สึกขึ้น เราจะต้องเกิดมาเรียนรู้มันใหม่ เพราะว่าเราไม่ได้ทำตามจุดประสงค์ของการเกิดมา #คือการเรียนรู้ชีวิตนี้ และนั่นคือการแจ่มแจ้งอริยสัจ 4

ทุกวันนี้เราก็นึกว่าเรากำลังอยู่ในเส้นทางของการแจ่มแจ้งอริยสัจ 4

คำถามคือ
เราเคย “รู้ทุกข์”มั้ย? เคยรู้ไปถึงรากเหง้าของทุกข์ไหม หรือแค่เห็นมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ถ้าจะเอาแค่นั้น คนมีสมาธินิดหน่อยก็เห็นได้ มันเป็นแค่เรื่องผิวเผินของลักษณะของทุกข์เฉยๆ ยังไปไม่ถึงรากเหง้าของทุกข์ จึงเรียกว่ารู้ทุกข์แค่ผิวเผิน ยังไม่ใช่การรู้ทุกข์ในอริยสัจ 4 อย่างแท้จริง

ลองไปดูเอาเถอะ เราเคย “รู้ทุกข์” จริงๆ ไหม … ซื่อสัตย์กับตัวเอง … ก็จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ที่เราทำมา มันแค่เกือบถูก ดูดีไปหมด แต่แท้จริงยังไม่ใช่

เบื้องต้นให้รู้แบบนี้ว่า ความหลงผิดคือ ความที่ถูกไอเดียหนึ่ง ที่เป็นคำสอนต่างๆ สร้างความละเลยขึ้นในชีวิต และนั่นคือความหลงผิดในชีวิตของนักปฏิบัติธรรม

#Camouflage
30-05-2567